ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อันตรายไหม ในกรณีที่อยากทำจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ?

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เพิ่มความโดดเด่น เป็นสง่า โหงวเฮ้งดี หน้าผากเป็นอวัยวะที่อยู่ในบริเวณที่โดดเด่นของใบหน้า และเป็นส่วนที่มองเห็นชัดเจนเป็นอันดับแรก ๆ

โดยเฉพาะคนที่ทำผมเปิดหน้าผาก สำหรับคนที่มีหน้าผากที่โหนกนูน มักได้เปรียบทั้งคุณผู้หญิง และคุณผู้ชาย เพราะหน้าผากกว้าง ๆ จะดูดีกว่าคนหน้าผากแคบ

รูปทรงของหน้าผากที่ราบเกินไป หรือมีเนื้อหน้าผากแคบจะทำให้ทั้งใบหน้าดูไม่สว่างใส แม้แต่เมื่อแต่งหน้า หรือทำทรงผมขึ้นมาก็ไม่ดูดีเท่าที่ควร รูปหน้าดูไม่ได้รูปทรง ดูหมอง ๆ อมทุกข์

บางคนที่มีสันจมูกโด่งแต่หน้าผากแคบ อาจจะทำให้หน้าดูพุ่งแหลม เมื่อมองบางมุมทำให้ดูไม่ดีเท่าที่ควรเป็น คนที่หน้าผากได้รูปมีความโค้งนูนที่ลงตัว จะทำให้ทั้งใบหน้าดูดีสอดรับกัน

ปัจจุบันมีนวัตกรรมทางการแพทย์ ที่เรียกว่าการ ” ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ” ที่สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาปรับรูปทรงของหน้าผาก เป็นการฉีดหน้าผากโหนกนูนให้สวยงาม และ ได้รูปทรงลงตัวมากขึ้น นอกจากดูดีขึ้นแล้ว หน้าผากนูนสวยยังทำให้ดูเด็ก สดใสขึ้นอีกด้วย

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ใช้เวลาเพียงไม่นาน ตลอดขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะใช้เวลาเพียง 10-30 นาทีเท่านั้น และยังเป็นการฉีดที่ปลอดภัยไม่มีอันตราย

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกคลินิก และเลือกแพทย์ที่ได้มาตรฐานด้วย ทำให้เป็นการเสริมความงาม และปรับรูปหน้าที่กำลังได้รับความนิยม มาแรงไม่แพ้การเสริมความงามในรูปแบบอื่น ๆ ใครที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากโหนกนูนหรือปรับรูปทรงหน้าผากเรามีข้อมูลที่น่ารู้มาฝากกัน

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อันตรายไหม ?

ก่อนที่จะรับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากให้ดูสวย ดูหล่อ ดูดีขึ้น ก็คงต้องให้ความสำคัญมาก ๆ ถึงเรื่องของความปลอดภัยกันด้วย การศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบไว้ก่อนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

กับคำถามที่ว่าการฉีดฟิลเลอร์นั้นอันตรายหรือไม่ ? จะตอบว่าอันตราย หรือไม่อันตรายไปเลยคงไม่ได้ คงต้องมารู้จักฟิลเลอร์ และ การทำงานของฟิลเลอร์กันให้ชัดเจนก่อน

การฉีดฟิลเลอร์คือการใช้สารที่เลียนแบบธรรมชาติมี 2 ชนิดคือ ฟิลเลอร์สารเลียนแบบธรรมชาติไฮยารูรอนนิคแอดเป็นสารที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และสลายไปเมื่อถึงระยะเวลา คือตั้งแต่ 4-6 เดือนไปจนถึง 1-2 ปีโดยประมาณ ดังนั้นจึงไม่ตกค้างอยู่ในร่างกาย และ ยังมีส่วนประกอบสำคัญคือคอลาเจนผสมอยู่ทำให้ได้ผลที่แถมมา คือความตึงของผิวในบริเวณที่ฉีดจากคอลาเจนที่เพิ่มเข้ามา

สารฟิลเลอร์อีกชนิดคือ การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากชนิดถาวร โดยขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ใช้ฉีดเข้าไปเช่นซิลิโคน น้ำมันพาราฟิน หรือเม็ดโพลาสติก ชนิดหลังนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมแม้จะมีผลอยู่ถาวรกว่าเพราะไม่สามารถรับรองผลข้างเคียงในระยะยาวได้

เมื่อเราฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม  ฟิลเลอร์จะเข้าไปเติมเต็มให้เกิดความเต่งตึง มีน้ำมีนวลแก้ไขรูปทรงของใบหน้าได้ และ เมื่อผิวหน้าในบริเวณนั้นเกิดความตึง ริ้วรอยลึกก็จะจางลง ถ้าเป็นริ้วรอยตื้นก็จะจางหายไป เรียกว่าได้ผลดีมากกว่า 1 อย่าง

ผลของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากนั้น จะเห็นผลได้ทันทีหลังจากฉีดฟิลเลอร์ รูปทรงหน้าผากจะเปลี่ยนไป ได้รูปทรงตามต้องการ แต่อาจจะนูนมากกว่าปกติที่ต้องการเล็กน้อย เนื่องจากการอักเสบจากการฉีด แต่ไม่มากนักไม่ต้องกังวล เพราะหลังจากฉีดไปแล้วอย่างน้อย 4 – 5 วัน ฟิลเลอร์จะยุบตัวลงส่วนหนึ่ง หลังจากวันที่ 2 – 3 อาการบวมก็จะหาย และกลับมาเป็นปกติ

เลือกทำอะไรดีระหว่าง การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก vs การผ่าตัดเสริมหน้าผาก

1.) การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก 

ข้อดี

  • การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นหัตถการที่สะดวก รวดเร็ว และเจ็บตัวน้อยกว่าการผ่าตัดเสริมหน้าผาก หลังฉีด filler จะใช้เวลาในการพักฟื้นไม่มาก เพียงประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • เป็นหัตถการที่มีความยืดหยุ่น แก้ไขได้ง่ายกว่าการผ่าตัดเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน ในกรณีที่เราไม่ชอบผลลัพธ์หลังการฉีด filler สามารถแจ้งให้คุณหมอช่วยปรับแต่งได้โดยการฉีดสลายออกเป็นบางส่วน
  • หากฉีดเสร็จแล้ว เราอยากให้หน้าผากโหนกนูนมากขึ้นอีก สามารถให้คุณหมอฉีดเติมให้ได้ตามที่ต้องการ
  • สามารถทยอยฉีดเติมได้เป็นระยะ ๆ โดยผลการฉีดฟิลเลอร์จะคงอยู่ได้นาน 1-2 ปีถ้าเป็นฟิลเลอร์แท้

2.) วิธีเสริมหน้าผากด้วยการผ่าตัดเสริมซิลิโคน 

ข้อดี

  • ผลลัพธ์ที่ได้อยู่ได้อย่างถาวร ถ้าผลออกมาดีก็ทำครั้งเดียวจบ ไม่ต้องมีการแก้ไขปรับแต่งใด ๆ

การผ่าตัดเสริมหน้าผากต้องใช้แผ่นซิลิโคนขนาดใหญ่

ข้อเสีย

  • หลังจากผ่าตัดเสริมหน้าผากจะเกิดการช้ำบวมมาก จึงต้องเสียเวลาในการพักฟื้นนานเป็นเดือน ถ้าเราไม่สามารถลางานยาว ๆ ได้อาจไม่เหมาะกับวิธีผ่าตัดเสริมหน้าผาก
  • หลังผ่าตัดจะต้องดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษ เนื่องจากบริเวณไรผมจะเกิดรอยแผลผ่าตัดขนาดค่อนข้างยาว (ตามขนาดของซิลิโคนที่แพทย์เสริมเข้าไป)
  • หากไม่พอใจผลลัพธ์ที่ได้จากการผ่าตัด และต้องการแก้ไขจะต้องผ่าตัดปรับแก้เท่านั้น จึงเป็นการยุ่งยากและต้องเจ็บตัวหลายรอบ

ฟิลเลอร์หน้าผาก ยี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ตามคลินิกต่าง ๆ ในประเทศไทยเรา เป็นฟิลเลอร์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ คุณภาพ และ ราคาก็มีให้เลือกแตกต่างกันออกไป ฟิลเลอร์ฉีดหน้าผากยี่ห้อที่ได้รับความนิยม และ เป็นเกรดดีเยี่ยม มีอยู่ด้วยกันอยู่หลายยี่ห้อ มีผู้ใช้และกล่าวถึงกันมากคือ Juvederm ฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้เป็นฟิลเลอร์ที่นำเข้าจากบริษัท Allergan ของประเทศสหรัฐอเมริกา

ยี่ห้อ ฟิลเลอร์ Juvederm
รูปภาพประกอบ ฟิลเลอร์ Juvederm

เป็นฟิลเลอร์เกรดระดับไฮเอน ข้อดีของฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm ก็คือส่วนผสมที่มีส่วนของยาชา ทำให้เมื่อฉีดไม่เกิดความเจ็บปวด มีอายุอยู่นานเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ คือประมาณ 1-2 ปีในขณะที่ยี่ห้อทั่วไปมักอยู่ได้ 4-6 เดือน ไม่จับตัวเป็นก้อน  หลังฉีดยุบตัวเพียงเล็กน้อย จากนั้นจะคงรูปดี และเนียนกลืนไปกับผิวบริเวณที่ฉีด

ยี่ห้อที่นิยมต่อมาก็คือ Restylane เป็นอีกยี่ห้อที่ได้รับความนิยม เพราะมีความปลอดภัยสูง ฉีดออกมาแล้วได้รูปทรงสวยไม่จับเป็นก้อน กลมกลืนผิว และอีกยี่ห้อได้แก่ Berotero เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับรางวัลสองสถาบันจากยุโรป และ อเมริกา และ มีผู้นิยมใช้มากกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก

Restylane ฟิลเลอร์
รูปภาพประกอบ การรีวิว Restylane ฟิลเลอร์

นอกจากนั้นก็ยังมีฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ๆ ที่ใช้ฉีดตามคลินิกต่าง ๆ หากเป็นฟิลเลอร์ยี่ห้อจากประเทศทางฟากฝั่งเกาหลีหลาย ๆ ยี่ห้อก็สามารถใช้ได้ไม่อันตราย แต่ผลที่ได้จะมีอายุสั้นกว่า คือประมาณ 4-6 เดือนก็สลาย และ ต้องไปรับการฉีดใหม่ แต่ราคาการฉีดเมื่อนับเป็นปริมาณ CC แล้วก็ย่อมเยากว่าฟิลเลอร์จากยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก กี่ cc

ปริมาณที่ใช้ในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ก็เป็นสิ่งสำคัญมากที่ไม่ควรมองข้ามไป เพราะการปรับรูปทรงของหน้าผากต้องมีความพอดี หากฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป หน้าผากจะนูนมากเกินรูปหน้า ทำให้ดูโหนกจนยื่นล้ำผิดรูป และ ดึงให้เบ้าตาดูลึกได้

ในขณะเดียวกันถ้าฉีดฟิลเลอร์หน้าผากในปริมาณน้อยไปจะไม่ได้รูปทรงสวยเท่าที่ควรเป็น ส่วนใหญ่แพทย์จะพิจารณาให้ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ปริมาณ 2-5 cc ขึ้นอยู่กับรูปทรงหน้าผาก และ ใบหน้าของแต่ละคน

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก บวมกี่วัน

อาการบวมที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ที่หน้าผาก ถือว่าเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ จึงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ หรือวิตกกังวลแต่อย่างใด

เพราะการที่ร่างกายได้รับสารอื่นเข้าไปสู่ร่างกาย ในอวัยวะต่าง ๆ ย่อมต้องมีการอักเสบอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ถ้าแพทย์มีฝีมือ และ มีการดูแลรวมถึงขั้นตอนที่ได้มาตรฐาน สะอาดมีคุณภาพ อาการบวมจะเกิดขึ้นหลังจากฉีดฟิลเลอร์ในระยะเวลา 2-3 วัน

ในช่วงหลังเวลาหลังจากฉีดฟิลเลอร์ 2-3 ชั่วโมงแรก ควรงดการทำกิจกรรมหนัก ๆ ไม่สัมผัส หรือจับหน้าผากบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ห้ามคลึง หรือลูบจับ เพราะอาจมีผลต่อรูปทรง และ สารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป ควรดื่มน้ำในปริมาณมาก 4 – 5 วันหลังจาก ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก หลังจากนั้นก็จะลดการบวม และ กลับสู่ปกติได้

ในหลาย ๆ คนหลังฉีดวันแรกก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติประจำวันได้ มีคำแนะนำอีกเล็กน้อยหลังจากฉีดฟิเลเลอร์หน้าผากในช่วงแรกใน 1 – 2 สัปดาห์แรก คือ ไม่ควรล้างน้ำอุ่นหรือร้อน เข้าสปา อบไอน้ำ หลีกเลี่ยงความร้อนจากไดร์เป่าผม ความร้อนจากกิจกรรมเหล่านี้อาจมีผลต่อการฉีดฟิลเลอร์ในช่วงแรก แต่หลังจาก 2 สัปดาห์ก็สามารถทำกิจกรรม และ ใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมตามปกติ

ฉีดหน้าผากราคา เท่าไหร่

ในส่วนของ ราคา ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ขึ้นอยู่กับจำนวน CC ที่ต้องฉีด คงอยู่ที่การพิจารณาของแพทย์ และ รูปทรงหน้าของแต่ละคน และยังขึ้นอยู่กับชนิด และ ยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เลือกฉีดด้วย

ถ้าเป็นฟิลเลอร์ชนิดอย่างดี เกรดไฮเอนก็จะมีราคาสูงอยู่ในระดับราคา CC ละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทขึ้นไป หรืออาจสูงมากกว่านั้น ให้ผลนานถึง 1 – 2 ปี ถ้าเป็นฟิลเลอร์ที่ราคาถูกลงมา ก็จะเป็นฟิลเลอร์ที่ให้ผลนาน 4 – 6 เดือน

เมื่อได้ทราบเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ ของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกันแล้ว ต่อไปก็คงเป็นการเลือกคลินิก หรือสถานให้บริการในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ ปลอดภัย ไว้ใจได้ และ มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีฝีมือที่ดี ในงบประมาณราคาที่เหมาะสมนั่นเอง

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากก็จะไม่ใช่เรื่องยาก หรือน่าวิตกกังวลอีกต่อไป และ จะช่วยเปลี่ยนรูปหน้าให้ดูดี สวย หล่อ มีบุคลิกที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.vsquareclinic.com/tips/filler/