การทำอิ๊กซี่ ICSI คืออะไร ขั้นตอนพิเศษที่เพิ่มเข้ามาทำเด็กหลอดแก้ว

ICSI คือ

ปัญหาการมีลูกยากเป็นหนึ่งในปัญหาที่คู่รักหลายคู่หนักใจ ซึ่งมักมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง การแก้ปัญหามีลูกอยากหลายคนคงคุ้นเคยกับวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ ICSI หรืออีกชื่อที่อาจจะได้ยินบ่อย ๆ คือ อิ๊กซี่ เป็นการปฎิสนธินอกร่างกาย ที่ได้รับความนิยมสำหรับคนที่มีลูกยาก และอยากมีลูก

โดยการทำ ICSI คือ การคัดไข่ที่สมบูรณ์จากฝ่ายหญิงและคัดอสุจิที่แข็งแรงของฝ่ายชายมาผสมกัน ให้เกิดการปฏิสนธิภายนอก แล้วก็จะเลี้ยงตัวอ่อนที่ได้จนเติบโตถึงระยะที่เหมาะสม จึงทำการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งการย้ายตัวอ่อนอาจจะเป็นการย้ายตัวอ่อนเพียงตัวเดียว หรือหลายตัวก็ได้ เพื่อให้เกิดการฝังตัวและตั้งครรภ์แบบปกติต่อไป

การทำอิ๊กซี่ ICSI คืออะไร

การรักษาภาวะผู้มีบุตรยากด้วยเทคนิคพิเศษ ICSI เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว (In-vitro Fertilization: IVF) จะถูกใช้ก็ต่อเมื่อการทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธีปกติไม่ได้ผล

ICSI คือ การที่แพทย์คัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดด้วยวิธีการส่องกล่องจุลทรรศน์จำนวน 1 ตัว ฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่ 1 ใบ หลังจากนั้นจะนำไข่ที่ผสมแล้วไปเลี้ยงไว้ในห้องปฏิบัติการ 3-5 วัน เมื่อเจริญเป็นตัวอ่อนจะถูกนำกลับไปไว้ในโพรงมดลูกเพื่อเจริญเติบโตในครรภ์ของฝ่ายหญิงต่อไป

เปรียบเทียบ ICSI กับ IVF ต่างกันอย่างไร

ในปัจจุบันนี้ปัจจัยที่ทำให้แต่ละครอบครัวมีบุตรยาก คือ การแต่งงานช้าลงหรือพร้อมที่จะมีลูกเมื่อมีอายุที่มากขึ้นโดยเฉพาะผู้หญิงที่อายุเกิน 35 ปี กลุ่มนี้จะมีบุตรได้ยากขึ้น เนื่องจากผลการวิจัยชี้ว่า การศึกษาที่สูงขึ้น และโอกาสทางสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้นของเพศหญิง จะทำให้ผู้หญิงออกไปทำงานนอกบ้าน แทนที่จะรับหน้าที่เพียงแค่แม่บ้านที่คอยดูแลลูกๆ

การทำเด็กหลอดแก้ว จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคู่รักหลายๆคู่ วันนี้เราจะมาดูความแตกต่าง กับการทำเด็กหลอดแก้ว แบบอิ๊กซี่กับ IVF ต่างกันอย่างไร

1. การทำอิ๊กซี่ (ICSI : Intracytoplasmic Sperm Injection)

การทำอิ๊กซี่ (ICSI) คือ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ในคนที่อาจจะมีปัญหาเรื่องสเปิร์มผิดปกติ เช่น สเปิร์มน้อย ไม่สามารถปฏิสนธิได้เองตามธรรมชาติ โดยนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเพาะเลี้ยงตัวอ่อน จะทำการคัดเลือกสเปิร์มที่แข็งแรง ที่ว่ายน้ำได้เร็ว แล้วฉีดเข้าไปในไข่ที่เตรียมไว้ เพื่อให้ได้ตัวอ่อนเพิ่มขึ้น วิธีนี้จะเรียกว่า “การทำเด็กหลอดแก้ว ด้วยวิธีทําอิ๊กซี่ หรือ ICSI”

2. การทำ IVF (In-vitro Fertilization)

ในส่วนของ การทำไอวีเอฟ IVF จะเป็นการคัดเลือกเซลล์ไข่กับอสุจิ ให้มาผสมกันเองในอุปกรณ์ทดลองทางการแพทย์ เพื่อให้ตัวอ่อน พอได้ตัวอ่อนแล้วจึงใส่ตัวอ่อนกลับเข้าไปในโพรงมดลูกแต่ ICSI เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมาจากการทำ IVF จะเป็นการคัดเซลล์ไข่กับตัวอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเพียง 1 ตัวเจาะเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรงด้วยเครื่องพิเศษเครื่องทำ ICSI ที่มีแค่ไม่กี่เครื่องในประเทศไทย เป็นเทคนิคพิเศษที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ถึง 70%

ดังนั้นความแตกต่างของ ICSI กับ ivf เป็นการปล่อยให้ตัวอสุจิและไข่ผสมกันเอง ในขณะที่การ ทํา อิ๊ ก ซี่ หรือ ICSI เป็นการทำให้เกิดการปฏิสนธิแบบเจาะจง ทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า แต่เป็นวิธีการที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และในบางครั้งยังอาจส่งผลให้ไข่แตกสลายและตายได้

การทำ ICSI เหมาะสำหรับใคร

อิ๊กซี่

การทําอิ๊กซี่ในโลกปัจจุบันมีปัจจัยทำให้อัตราเกิดต่ำลง เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ โรคระบาด (โรคโควิด) ทำให้การแต่งงานช้าลงหรือพร้อมที่จะมีลูกเมื่อมีอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่อายุเกิน 35 ปี กลุ่มนี้จะมีบุตรได้ยากขึ้น การทำเด็กหลอดแก้วแบบอิ๊กซี่ จึงเป็นทางเลือกของคู่รักหลายคู่ แล้วการทำอิ๊กซี่ เหมาะสำหรับใครบ้าง

  1. ผู้หญิงที่ต้องการตั้งครรภ์เมื่อมีอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือมีแนวโน้มสูงที่ลูกจะมีความผิดปกติทางพันธุกรรม
  2. ผู้ที่มีประวัติตั้งครรภ์ทารกมีความผิดปกติทางพันธุกรรมมาก่อน มีประวัติแท้งบุตรติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไป
  3. ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำ IVF ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป
  4. ผู้ที่ทำการแช่แข็งไข่เอาไว้ (Egg Freezing)
  5. คู่สมรสที่มีพาหะโรคทางพันธุกรรมที่สามารถถ่ายทอดไปยังลูกได้
  6. คู่สมรสที่ฝ่ายชายมีอสุจิอ่อนแอ เคลื่อนไหวได้น้อย มีรูปร่างผิดปกติ มีจำนวนตัวอสุจิน้อยเกินไป (น้อยกว่า 2 ล้านตัวต่อมิลลิลิตร) หรือมีความผิดปกติในการหลั่งน้ำอสุจิ แล้วย้อนกลับเข้ากระเพาะปัสสาวะ

วิธีเตรียมตัวก่อนทำ ICSI มีอะไรบ้าง

การเตรียมตัวสำหรับฝ่ายหญิง

  • ควรตรวจร่างกายเพื่อใช้ประเมินในการรักษาควรตรวจวันที่ 2-3 ระหว่างมีประจำเดือน
  • ตรวจปริมาณฮอร์โมนร่วมกับอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ในช่วงวันแรกๆ ของการเป็นประจำเดือน เพื่อประเมินว่ารังไข่ยังมีประสิทธิภาพในการทำงานหรือไม่ตรวจมดลูก
  • การอัลตราซาวด์เพื่อตรวจดูโพรงมดลูก หรือการส่องกล้อง Hysteroscopy เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกวิธีที่ดีที่สุดในการผสมเทียม
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ แอลกฮอล์
  • งดสูบบุหรี่เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนก่อนเข้ารับการรักษา
  • หากท่านใดมีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ก่อนรักษาทุดครั้งรวมถึงนำตัวยาที่รักษามาให้แพทย์พิจารณา

การเตรียมตัวสำหรับฝ่ายชาย

  • คุณผู้ชายงดหลั่งอสุจิ 5-7 วัน ก่อนมาพบแพทย์
  • ควรงดแอลกฮอล์
  • งดสูบบุหรี่เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนก่อนเข้ารับการรักษา
  • ออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ ไม่มากหรือ ไม่น้อยจนเกินไป
  • ไม่สวมใส่กางเกงชั้นในที่แน่นจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการลงแช่อ่างน้ำอุ่นและการทำซาวน่า
  • ไม่เครียดจนเกินไป ทำจิตใจให้สบาย

ขั้นตอนการทำ ICSI

ก่อนทำ ICSI หรือทําอิ๊กซี่ คือ คู่สามีภรรยาจะต้องไปพบแพทย์เพื่อรับฟังข้อมูล หรือข้อจำกัดที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำ ICSI และตรวจสุขภาพร่างกายเตรียมความพร้อมในการทำ ICSI เช่น ฝ่ายหญิงจะต้องตรวจการทำงานของรังไข่ คัดกรองภาวะติดเชื้อ ส่วนฝ่ายชายจะต้องตรวจคุณภาพของอสุจิ เพราะการ ทํา ICSI คือ การที่แพทย์คัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุด ด้วยวิธีการส่องกล่องจุลทรรศน์จำนวนเพียง 1 ตัว เท่านั้น

หลังจากที่แพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถทำอิ๊กซี่ได้ จะเข้าสู่กระบวนการทำ โดยมีขั้นตอนการทํา ICSI ทั้งหมด 6 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนการทำอิ๊กซี่
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Beyond IVF

1. ปรึกษาแพทย์

เริ่มแรกก่อนการทำ  ICSI จำเป็นจะต้องมีการแนะนำ การเตรียมตัวและวางแผนการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจและดูความพร้อมของร่างกาย ว่าเหมาะสมกับการ ทํา อิ๊ ก ซี่ หรือไม่ เช่น การเจาะเลือดวัดฮอร์โมน โดยทางฝ่ายหญิงนั้นจำเป็นจะต้องตรวจในช่วงวันที่ 2-3 ของการมีรอบเดือน ซึ่งการตรวจนี้จะเป็นวิธีการประเมินการทำงานของรังไข่ จากนั้นจะตรวจอัลตร้าซาวด์เพื่อนับจำนวนไข่ของรอบเดือนนั้นๆ

2. เริ่มฉีดยากระตุ้นไข่

ขั้นตอนที่ 2 จะเริ่มการฉีดกระตุ้นไข่บริเวณหน้าท้อง (จำนวนเข็มที่ฉีดจะขึ้นอยู่กับวินิจฉัยของแพทย์ โดยจะยึดหลักปริมาณฮอร์โมน ผลตรวจและอายุของฝ่ายหญิงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด)

ซึ่งตัวยาที่ฉีดนั้นจะเป็นยาที่มีผลต่อการกระตุ้นให้ไข่มีการพัฒนาและ มีการเติบโตขึ้นได้ครั้งละหลายๆ ใบก่อน ยาตัวนี้จะใช้เวลาในการฉีดกระตุ้นประมาณ 5 วัน จากนั้นจะเริ่มต้นการฉีดยาที่มีคุณสมบัติที่จะช่วยชะลอกันไข่ตกก่อนเวลานัดเก็บไข่

ซึ่งในระหว่างการทำ ICSI ทางแพทย์ผู้ดูแลจะมีการตรวจวัดระดับฮอร์โมนประกอบกับอัลตร้าซาวด์เป็นระยะ เพื่อติดตามผลการเจริญเติบโตของไข่ว่ามีปริมาณเท่าไรและมีขนาดที่เหมาะสมในการเก็บหรือยัง

โดยจะหลักเกณฑ์ในการเก็บไข่นั้นจะขึ้นอยู่กับขนาด ซึ่งขนาดที่เหมะสมในการทำ ICSI นั่นก็คือ ไม่ต่ำกว่า 18 เซ็นติเมตร หากตรวจได้ขนาดที่เหมาะสมเพียงพอแล้วแพทย์จะเริ่มฉีดตัวยากระตุ้นให้ไข่ตกพร้อมกันภายใน 36 ชั่วโมง

3. เก็บไข่และอสุจิ

ขั้นตอนการเก็บไข่ของฝ่ายหญิงด้วยวิธีการทำ ICSI จะไม่เก็บโดยวิธีผ่าตัดอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ทีมแพทย์จะทำการเก็บไข่โดยวิธีการส่องกล่องจุลทรรศน์ผ่านทางช่องคลอด และจะทำการวางยาระงับความรู้สึกก่อน

จากนั้นก็นำเครื่องมือเข็มขนาดเล็กที่ติดหัวอัลตร้าซาวด์ค่อยๆ สอดเข้าไปส่องหาไข่ ก่อนจะทำการเจาะดูดไข่ออกมาเลี้ยงในน้ำยาเลี้ยงไข่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิสนธิ ระหว่างทำจะใช้เวลาเก็บไข่ไม่เกิน 20 -30 นาที

ในส่วนของขั้นตอนการเก็บอสุจิของฝ่ายชาย อย่างที่ทราบข้างต้น การทำ ICSI คือการที่แพทย์จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุด ในกระบวนการเก็บอสุจิ สามีภรรยาควรงดมีกิจกรรมทางเพศ (รวมถึงการช่วยตัวเอง) ประมาณ 3-7 วัน

  • หากเป็นผู้ที่มีสมรรถภาพทางเพศสมบูรณ์ ก็จะใช้วิธีการช่วยตัวเอง ให้หลั่งใส่ในภาชนะปลอดเชื้อ
  • หากเป็นผู้ที่มีปัญหาทางสมรรถภาพทางเพศ เช่น อวัยวะเพศไม่แข็งตัว เป็นหมัน ในกรณีนี้ทางการแพทย์จะใช้วิธีเก็บน้ำเชื้อโดยการนำเข็มดูดออกทางลูกอัณฑะ

จากนั้นทีมแพทย์จะนำน้ำเชื้อไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองอสุจิเพื่อเลือกตัวที่สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุด โดยในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาในการทำภายใน 30 นาที เพื่อคงประสิทธิภาพของน้ำเชื้อให้ได้มากที่สุด

หลังจากที่เลือกตัวอสุจิแล้วก็จะนำมาเติมอาหารเสริมเพื่อเพิ่มความเร็วในเคลื่อนไหวเวลาปฏิสนธิ วันเก็บไข่ นักวิทย์ฯ จะทำกระบวนการทำการ ICSI โดยเราจะเรียกว่า Day 0

4. เลี้ยงตัวอ่อน

ถัดจากวันที่ทำ ICSI Day 0 วันถัดไปจะนับเป็น Day 1 ซึ่งจะทราบผลว่าได้ตัวอ่อนกี่ตัว จากนั้นจะนำตัวอ่อนมาเพาะเลี้ยงต่อไป โดยขั้นตอนนี้จำเป็นต้องใช้ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมเท่านั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการแบ่งเซลล์สูงสุด

โดยจะเลี้ยงได้ยาวนานสุดคือ 6 วัน หรือ Day 6 และจากนั้นก็จะแช่แข็งตัวอ่อน แต่บางเคสก็สามารถแช่แข็งได้ตั้งแต่ Day 2-3 ได้เช่นกัน (ขึ้นอยู่ที่คุณภาพตัวอ่อน) เมื่อเกิดการแบ่งเซลล์แต่ละระยะจนพร้อมแล้วแพทย์จะทำการฝังตัวอ่อนนี้สู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป

5. ย้ายตัวอ่อน

หลังจากทราบผล ICSI ไปแล้วว่าได้ตัวอ่อนกี่ตัว และเลี้ยงตัวอ่อนจนอยู่ในระยะ 5-6 วัน หรือระยะ Blastocyst แล้ว ถ้าตัวอ่อนเติบโตดี แข็งแรงสมบูรณ์ ทางแพทย์จะพิจารณาเลือกตัวอ่อนร่วมกับคนไข้ และย้ายตัวอ่อนผ่านช่องคลอดเข้าสู่โพรงมดลูกขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ

แต่ในปัจจุบันการทำ ICSI หากไม่ติดปัญหาหรือมีเหตุผลจำเป็นอื่น มักใช้การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง มากกว่าการย้ายตัวอ่อนรอบสด เพราะมีอัตราความสำเร็จที่สูงกว่า

เหตุผลที่การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งมีอัตราความสำเร็จมากกว่ารอบสด เนื่องจากผลข้างเคียงจากการกระตุ้นที่ทำให้ฮอร์โมนสูง ทำให้เกิดมีภาวะบวมน้ำ หรือ ภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) และส่งผลกระทบถึงการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจจะไม่สำเร็จหรือถ้าสำเร็จมีการตั้งครรภ์ขึ้นมา คนไข้จะต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งภาวะ OHSS ที่ค้างมาจากการกระตุ้นร่วมกับการตั้งครรภ์ได้

6. ตรวจการตั้งครรภ์

ขั้นตอนสุดท้ายในการทําอิ๊กซี่ คือ การตรวจการตั้งครรภ์ โดยแพทย์จะนัดตรวจฮอร์โมนทุก 3 วัน หลังจากย้ายตัวอ่อน และจะทราบผลตั้งครรภ์หลังจากย้ายตัวอ่อน 14 วัน

ข้อปฏิบัติในการดูแลตัวเองหลังทำ ICSI

การทำ icsi

หลังจากทำ ICSI ครบทุกข้นตอนแล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • หลังจากทำ ICSI ฝ่ายหญิงควรพักผ่อนมากๆ ไม่ควรทำงานหนัก เช่น การยกของหนัก การออกกำลังกายหนักๆ หรือการเดินทางไกล
  • ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ และงดการสวนล้างช่องคลอด
  • ไม่รับประทานยานอกเหนือจากแพทย์สั่ง และควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง มีเลือดออก หรือมีตกขาวมากผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์ที่ดูแลทันที

ข้อควรระวังหลังจากทำ ICSI

การตั้งครรภ์ด้วยเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้วอย่าง IVF หรือ ICSI หากเป็นการตั้งครรภ์เดี่ยวจะมีอัตราความเสี่ยงไม่ต่างกับการตั้งครรภ์เองตามธรรมชาติ เช่น การแท้ง การท้องนอกมดลูก การคลอดก่อนกำหนด ทารกพิการแต่กำเนิด หรือความผิดปกติทางโครโมโซมของเด็ก

ค่าใช้จ่ายในการทํา ICSI ราคาเท่าไหร่

การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI ถือเป็นวิธีที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิและทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้สูงกว่าวิธีอื่น เนื่องด้วยเทคนิคพิเศษ ดังนั้นการทํา ICSI ราคาจะค่อนข้างสูงกว่าการทำ IUI

เนื่องจากการทำ ICSI นั้นมีขั้นตอนและตัวยาที่ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น การกระตุ้นไข่ การป้องกันไข่ตก การเร่งให้ไข่สุก ค่าอัลตราซาวน์ ค่าเก็บเชื้อ เก็บไข่ ซึ่งแพ็คเกจ ICSI โดยส่วนมากจะรวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างไว้หมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่คุ้มสำหรับคุณผู้หญิง คุณผู้ชายที่มีภาวะมีบุตรยาก และต้องการจะมีบุตรเป็นของตนเอง ซึ่งโดยทั่วไปการทําอิ๊กซี่ ราคาจะเริ่มตั้งแต่ 200,000 ไปจนถึง 500,000 ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานพยาบาลและคลินิก

ทํา ICSI ที่ไหนดี

ในปัจจุบันการทำเด็กหลอดแก้วค่อนข้างจะเป็นที่นิยมสำหรับกลุ่มคนอายุ 30 ปีขึ้น หรือผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก สถานที่ที่ทำการรักษาผู้มีบุตรยากในตอนนี้จึงมีเยอะไม่ว่าจะเป็นคลินิก หรือโรงพยาบาลใหญ่ๆ ก็มีการรับรักษาภาวะมีบุตรยากทั้งนั้น

การเลือกสถานที่ทํา ICSI ที่ไหนดี ต้องดูจากอะไรบ้าง?

  1. การเลือกสถานที่ทำ ICSI ไม่ควรมองแค่ราคาถูกแค่อย่างเดียว ควรมองถึงคลินิกที่มีมาตรฐานที่สูง สะอาด ปลอดภัยด้วย
  2. สูตินารีแพทย์ต้องมีฝีมือเฉพาะด้านจริงๆ ควรพิจารณาเลือกคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง

จากคำถามข้างต้น ทํา ICSI ที่ไหนดี? ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก BeyondIVF เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคู่รักที่ต้องการได้รับคำปรึกษา และดูแลผู้ที่อยากมีบุตร โดยแพทย์เฉพาะทางด้านรักษามีบุตรยากประสบการณ์กว่า 20 พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญและห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐานชั้นนำ เพิ่มโอกาสการสำเร็จสูงสุด

Q&A รวมคำถามที่คนสงสัย

ทํา ICSI ไม่สําเร็จ ไม่ติดเกิดจากอะไร?

ทํา ICSI ไม่สําเร็จอาจเกิดจาก 3 สาเหตุหลักๆ ดังนี้

  • ผนังมดลูก 

ผนังมดลูกถือว่ามีความสำคัญมาก ของการทำ ICSI เพราะต่อให้คัดตัวอ่อนคุณภาพดีแค่ไหน แต่ถ้าผนังมดลูกหรือโพรงมดลูดไม่แข็งแรงพอตัวอ่อนก็ไม่สามารถไปฝั่งตัวได้

  • คุณภาพตัวอ่อน

ถึงแม้การทำ ICSI ตัวอ่อนทุกตัวจะถูกเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ในอุณหภูมิที่เหมาะสมและได้รับการดูแลจากนักวิทย์ฯ โดยตรง แต่ในการเพราะเลี้ยงก็อาจจะได้ทั้งตัวอ่อนที่มีคุณภาพและตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์

  • การที่ได้ตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์

สาเหตุอาจเกิดจากการเลี้ยงในอุณหภูมิที่ทำให้ตัวอ่อนพัฒนาการช้าหรือพัฒนาการไม่สมบูรณ์ ซึ่งเมื่อนำไปฝังในโพรงมดลูกจึงทำตัวอ่อนไม่ฝังตัวฮอร์โมนที่มาเลี้ยง

โดยปกติแล้วฮอร์โมนเอสโตรเจน จะมีจำนวนเพิ่มมากในขณะที่ตั้งครรภ์จะช่วยให้เสริมสร้างเส้นเลือดบริเวณรกและมดลูก ช่วยในการขนส่งสารอาหารต่างๆ ไปยังทารกส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในขณะตั้งครรภ์

โดยการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนนี้จะส่งผลให้เส้นเอ็นและข้อต่อเกิดการคลายตัวมากขึ้นทำให้โครงสร้างภายในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับทารกในครรภ์

แต่ถ้าฮอร์โมนที่ว่านี้มีการผลิตที่ไม่มากพอต่อการไปเลี้ยงตัวอ่อนก็จะส่งผลให้ตัวอ่อนไม่ฝั่งตัวหรือฝั่งตัวแล้วไม่มีการเจริญเติบโตต่อนั่นเอง

ทำ ICSI เลือกเพศ ทำลูกแฝดได้ไหม?

สำหรับคู่รักที่ทํา ICSI และต้องการเลือกเพศลูกหรืออยากได้ลูกแฝด ตามข้อกฏหมายในประเทศไทยยังไม่สามารถเลือกเพศบุตรได้

แต่หากคนไข้ตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ในผลการตรวจโครโมโซมนอกจากความผิดปกติหรือความแข็งแรงของตัวอ่อนนั้นๆ ยังสามารถเห็นผลรายงานได้ว่าตัวอ่อนนั้นเป็น โครโมโซม XX (เพศหญิง) หรือ XY (เพศชาย) ได้ด้วย

ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้เลือกตัวอ่อนที่มีความแข็งแรง ไม่มีความผิดปกติ มากกว่าการที่จะให้คนไข้เลือกจากเพศของตัวอ่อน เนื่องจากผิดกฏหมายนั่นเอง

โดยสรุปแล้วการทําอิ๊กซี่จึงไม่สามารถเลือกเพศได้ แต่การทำ ICSI ร่วมกับทำ PGD จะสามารถรู้เพศของตัวอ่อนก่อนย้ายไปฝังในโพรงมดลูกได้ โดยมีความแม่นยำ 99.99%

ส่วนคู่รักที่อยากได้ลูกแฝดการทำ ICSI มีโอกาสในการตั้งครรภ์แฝดคล้ายกับการทำเด็กหลอดแก้วปกติ คือ มีโอกาสประมาณ 30-35% ในการเกิดฝาแฝด และมีโอกาสประมาณ 5-10% ในการเกิดแฝดสามขึ้นไป

หากทำหมันไปแล้ว สามารถทำ ICSI ได้ไหม?

ไม่ว่าจะเป็นการทำหมันแบบผูกหรือแบบตัดก็สามารถทำ ICSI หรือเด็กหลอดแก้วได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องแก้หมัน เพราะการรักษาแบบนี้ไม่ต้องอาศัยท่อนำไข่หรือบริเวณที่ทำหมันไว้ และยังไม่ลดโอกาสในการสำเร็จลงอีกด้วย

ข้อสรุป

ในปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์มีวิธีช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูกหรือมีลูกยาก โดยเฉพาะการทำ ICSI เป็นทางเลือกสำหรับคู่รักที่ต้องการมีลูก เพราะการทําอิ๊กซี่ เป็นการทำให้เกิดการปฏิสนธิแบบเจาะจง ทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า การทําอิ๊กซี่จึงเหมาะกับคู่รักที่ต้องการมีลูก เพื่อมาเติมเต็มสำหรับครอบครัว