ฉีดโบท็อกที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไร ถ้าไม่อยากดื้อโบท็อกต้องอ่าน !

ฉีดโบท็อกที่ไหนดี

การฉีดโบท็อก คือ สิ่งแรก ๆ ที่ผู้ที่ไม่เคยแต่งเสริมเติมอะไรกับใบหน้ามาก่อนมักจะทำเลือกทำ เนื่องจากเป็นการทำหัตถการที่ราคาไม่แพง เห็นผลทั้งในเรื่องการปรับหน้าเรียวและการลดริ้วรอยได้อย่างชัดเจน มีความปลอดภัยสูง จึงได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นประตูสู่ความงามก็ว่าได้

รวมทั้งการฉีดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ให้หน้าตึง หน้าใส จึงเป็นหัตถการพื้นฐานที่แพทย์มักแนะนำให้ทำเป็นอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมความงาม

แต่การฉีดโบท็อก หากเราไม่ได้หาข้อมูลมาให้ดีก่อนว่าควรเลือก ฉีดโบท็อกที่ไหนดี เลือกอย่างไรว่าคลินิกไหนปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ข้อควรระวังมีอะไรบ้าง เราอาจเจอปัญหาต่าง ๆ ตามมา ได้แก่

โบท็อกปลอม

ก่อนตัดสินใจว่าจะฉีดโบท็อกที่ไหนดี ต้องระวังเรื่องโบท็อกปลอมเป็นอันดับแรก เพราะฉีดไปแล้วอาจได้ผลดีในครั้งแรก ๆ ที่ฉีด แต่เนื่องจากตัวยาที่ไม่บริสุทธิ์ จะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภูมิต้านทานต่อต้านโบท็อกซ์ขึ้นมาได้ (ลองนึกถึงตอนที่ฉีดวัคซีนที่มีเชื้อโรค เพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิต้านทาน) ซึ่งเรียกว่า การดื้อโบท็อก ในครั้งต่อไปแม้จะฉีดด้วยโบท็อกของแท้ที่บริสุทธิ์ ก็อาจไม่ได้ผล ทั้งนี้การดื้อโบท็อกเป็นภาวะที่ยังไม่มีทางรักษา

เมื่อดื้อโบท็อกแล้วส่วนมากจะดื้อทุกยี่ห้อ ต้องรอจนกว่าภูมิต้านทานจะหายไปเอง นานถึง 3-5 ปี จึงจะสามารถกลับมาฉีดโบท็อกได้ใหม่ ในบางรายอาจดื้อโบท็อกนานเป็น 10-20 ปี ระหว่างนั้นก็ไม่สามารถฉีดรักษาริ้วรอยด้วยโบท็อกได้ ต้องทนหน้าเหี่ยวไปตลอด

ในการตัดสินใจเลือกว่าจะฉีดโบท็อกที่ไหนดี ทางที่ดีเราควรค้นคว้าหาข้อมูล จุดสังเกตโบท็อกของแท้ยี่ห้อต่าง ๆ รวมถึงก่อนฉีด ควรขอให้แพทย์แกะกล่องโบท็อก เปิดขวด และผสมยาให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง (โบท็อกของแท้ทุกยี่ห้อ จะเป็นผลึกสีขาว แห้ง ๆ เคลือบอยู่ที่ก้นขวด จะไม่มีน้ำอยู่ในขวด แพทย์ต้องใส่น้ำเกลือลงไปในขวดด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อทำการละลายโบท็อกออกมาฉีด

หากแพทย์ผสมโบท็อกให้ดูแล้ว เห็นว่าดูดยาออกมาจนหมดขวดแล้ว เราจึงมั่นใจได้ว่าได้ตัวยาครบ 100 ยูจริง ๆ และเมื่อฉีดเสร็จแล้ว ควรขอกล่องและขวดโบท็อกกลับบ้าน  หรือขอถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อตรวจสอบ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าที่หมอฉีดให้เป็นโบท็อกของแท้ และหากฉีดโบท็อกไม่ถึง 100 ยู เราควรชวนเพื่อนมาหารกันให้ครบ 100 ยู เพื่อที่จะได้เห็นตอนเปิดขวดผสมยา

การฉีดโบท็อกปลอมที่ไม่บริสุทธิ์  หรือโบท็อกเจือจาง จะส่งผลให้ผลจากการฉีดอยู่ได้สั้นลง ทำให้ต้องฉีดบ่อยขึ้น และเป็นสาเหตุที่ทำให้ดื้อโบท็อกได้ค่ะ

หากเจอคลินิกไหนที่ไม่เปิดขวดโบท็อกให้ดู หรือไม่ผสมยาให้ดู จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าที่เห็นเป็นน้ำใส ๆ ในขวดที่ฉีดนั้นเป็นโบท็อกแท้จริงหรือไม่ แอบขโมยยูนิตออกไปก่อนหรือเปล่า มีการผสมน้ำเกลือเจือจางปริมาณมากน้อยแค่ไหน หรือร้ายที่สุดคืออาจเป็นขวดโบท็อกแท้ที่ใช้หมดแล้ว แต่เติมโบท็อกปลอมจากจีนเข้ามาแทนก็อาจเป็นได้

ขอบคุณข้อมูล วิธีดูโบท็อกแท้ก่อนฉีดจาก Youtube Channel : V Square Clinic

เจอหมอกระเป๋า พยาบาล หรือแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์

ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ให้เห็นผลและปลอดภัย? การฉีดโบท็อกเหมือนจะฉีดง่ายแต่เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวัง หลายคนที่บอกว่าถ้าฉีดโบท็อกแล้วจะเกิดอาการ คิ้วกระดก ตาตก หน้าจะแข็ง ปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด เหล่านี้เนื่องมากจากฉีดกับพยาบาล หรือหมอกระเป๋า ในราคาที่ถูกกว่ามาตรฐานหลายเท่าตัว โบท็อกหิ้วก็หาซื้อง่ายตามอินเตอร์เน็ต ในราคาถูก

หลายคนมันเห็นแก่ของถูก จึงยอมฉีดกับผู้ที่ขาดความเชี่ยวชาญ เช่น หมอกระเป๋า พยาบาล หรือแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์  หรือฉีดโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน (เช่น โบท็อกปลอม โบท็อกหิ้ว*) จึงส่งผลให้ผลจากการฉีดโบท็อกที่ออกมาดูไม่เป็นธรรมชาติ

*โบท็อกแท้ที่หิ้วเข้ามาจากประเทศอื่น ซึ่งเป็นการลักลอบนำเข้ามาเหล่านี้ ไม่สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิ 2-8 °C ได้ตลอดเวลา เนื่องจากกระบวนการหิ้วต้องมีการหลบซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์ และรอการ shipping ต้องรอหลายสัปดาห์ในบางครั้ง คุณสมบัติของตัวยาจึงเสื่อมลง ฉีดแล้วจะดื้อยาง่ายขึ้นและผลการฉีดอยู่ได้สั้นลง  ซึ่งที่ถูกต้องแล้วโบท็อกในขวดนั้นเป็นโปรตีน จึงต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดเวลา คือ 2-8 °C เย็นเกินไปก็สลาย ร้อนเกินไปก็สลาย

*ส่วนโบท็อกปลอมนั้น มีโอกาสเกิดปัญหาตามมาได้ง่าย เช่น คิ้วกระดก ตาตก หน้าแข็ง ปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด เนื่องจากไม่สามารถคาดคะเนการกระจายตัวของโบท็อกที่ฉีดได้อย่างแม่นยำ เพราะมีคุณสมบัติการกระจายของตัวยาที่ไม่คงที่ (บางครั้งกระจายกว้าง บางครั้งกระจายแคบ) นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยาจากตัวยาที่ไม่บริสุทธิ์อีกด้วย

โบท็อกที่หมอกระเป๋าหรือพยาบาลใช้ฉีดนั้น มักจะเป็นโบท็อกหิ้วและโบท็อกปลอม ที่หาซื้อได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไป ซึ่งอาจได้ผลในครั้งแรก ๆ แต่ในครั้งต่อไปจะเริ่มมีอาการดื้อโบท็อกได้อย่างรวดเร็ว  เนื่องมาจาก โบท็อกของแท้ที่นำเข้ามาโดย official distributer จะขายให้แก่คุณหมอหรือโรงพยาบาลเท่านั้น

การเลือกแพทย์ที่จะฉีดให้เรานั้น ต้องพิจารณาว่าเป็นแพทย์ full-time ประจำคลินิกนั้นหรือไม่ เนื่องจากหากเป็นแพทย์ที่ประจำคลินิกย่อมต้องการรักษาชื่อเสียงของคลินิก และดูว่าแพทย์มีประสบการณ์มาแล้วกี่ปี  โดยดูได้จากรีวิวที่ผ่านมาของคลินิกแห่งนั้น ดูว่ารีวิวผลการตอบรับของคนไข้ที่มีต่อหมอท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง เพื่อป้องกันการไปเจอแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ แม้ว่าในบางคลินิกจะตั้งราคาถูกหรือแพงก็ตาม

ในบางกรณี เราจะไม่สามารถดูรีวิวได้ว่าแพทย์คนที่กำลังจะฉีดให้เรานั้นมีผลตอบรับเป็นอย่างไร หากเป็นแพทย์ part-time ที่มาตรวจชั่วคราว แม้บางท่านอาจเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงแต่ชอบงานลักษณะ part-time แต่ก็มีความเสี่ยงว่าจะไปเจอแพทย์ที่ประสบการณ์น้อย หรือแพทย์บางท่านกำลังเรียนสาขาอื่นอยู่ แล้วมารับงานด้านเสริมความงามแบบชั่วคราวก็อาจเป็นได้   นี่คือเหตุผลที่เราควรเลือกฉีดโบท็อกกับแพทย์ full-time ซึ่งมักจะเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง

สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับโบท็อก ได้ที่นี่ : https://www.vsquareclinic.com/blogs/botox/

รีวิวของคลินิก

การศึกษาข้อมูลเพื่อตัดสินใจว่า ฉีดโบท็อกที่ไหนดี เราไม่ควรดูเฉพาะรีวิวที่ทางคลินิกเป็นผู้โพสต์เพียงอย่างเดียว เพราะอาจคัดมาเฉพาะรายที่กล่าวชื่นชม แต่ความเป็นจริงอาจมีเคสหลุดเยอะก็เป็นได้  ดังนั้นเราควรดูรีวิวจากที่คนไข้ที่มาโพสต์ ผลการตอบรับ feedback ใน “แหล่งที่เป็นกลาง”  ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ทางคลินิกไม่สามารถทำการลบออกไปได้ในกรณีที่มีคนมาโพสต์ว่าเป็นเคสหลุด เช่น รีวิวตาม website ต่างๆ เช่น wongnai pantip  รีวิวติดดาวใน facebook และรีวิวติดดาวใน google map

ทั้งนี้เพื่อจะได้เห็น feedback จากผู้ที่เคยเข้ารับการฉีดโบท็อกจริง ๆ และเห็นถึงความรับผิดชอบของทางคลินิก ทั้งนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านว่าเป็นการโพสกลั่นแกล้งหรือไม่ รวมทั้งพิจารณาข้อเท็จจริงและคำชี้แจงของทางคลินิกด้วย เพื่อประเมินคุณภาพที่แท้จริงของคลินิกได้

ขาดการเตรียมปฎิบัติตัวให้ถูกต้อง ก่อนฉีดโบท็อก

การฉีดโบท็อกจะต้องมีการเตรียมตัวก่อนฉีดดังต่อไปนี้ เพื่อให้ได้ผลอยู่ได้นาน ลดความถี่ในการฉีด และลดโอกาสที่อาจเกิดการดื้อยา

  • รู้วิธีดูว่าเป็น “โบท็อกแท้” ดังข้อ 1
  • ควรศึกษาหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือก ฉีดโบท็อกที่ไหนดี โดยพิจารณาจากรีวิวของคลินิก และเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ ดังข้อ 2 และ ข้อ 3
  • หากมีแผนที่จะไปทำหน้า นวดหน้า หรือมีคอร์สเลเซอร์ที่ต้องทำเป็นประจำ ควรถือโอกาสทำก่อนมาฉีดโบท็อก เนื่องจากหลังฉีดโบท็อกจะต้องงดเว้นไป 2 สัปดาห์ จึงจะสามารถทำคอร์สเหล่านั้นต่อได้
  • ควรงดสครับหน้า 2-3 วันก่อนฉีดโบท็อก และงดยาในกลุ่มที่ลดการแข็งตัวของเลือด เช่น NSAIDs และยาแอสไพริน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการเขียวช้ำ
  • หากมีอาการขาดธาตุสังกะสี ได้แก่ เป็นแผลเรื้อรัง, ผิวแห้งลอก, เป็นผื่นง่าย, ผมร่วงแตกปลาย, เล็บแห้งเปราะหักง่าย แนะนำให้เริ่มกินอาหารที่มีธาตุสังกะสี หรือกินอาหารเสริม ทั้งนี้ไม่ควรกินเกิน 20 mg/วัน ซึ่งสามารถช่วยให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้น และออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น  ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องกินอาหารเสริมที่มีธาตุสังกะสีก่อนฉีด สามารถกินหลังฉีดก็ได้ เพราะสามารถช่วยให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้นเช่นกัน
  • หากมีข้อสงสัยอื่นๆในการฉีดโบท็อก ควรปรึกษาแพทย์ทันที

สุดท้ายนี้หวังว่าทุกท่านคงได้คำตอบแล้วว่า ถ้าอยากจะฉีดโบท็อกซ์ ควรจะไปฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี ? ดังนั้น การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.vsquareclinic.com/